วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
การจัดการปัญหาที่เกิดกับสนามหญ้า
ก. การจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วๆ ไป
ข. การจัดการกำจัดวัชพืช
ก. วัชพืชใบแคบ ที่เป็นปัญหาและชอบขึ้นในสนามหญ้า ได้แก่
ข. วัชพืชใบกว้าง ที่เป็นปัญหาและชอบขึ้นในสนามหญ้า ได้แก่
1) โรคสนามหญ้า ปัญหาที่เกิดจากโรคสนามหญ้ามีสาเหตุมาจากหลายๆ อย่าง ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อต้นหญ้าอ่อนแอต่อสภาพแวดล้อมเหมาะแก่การเกิดโรคและมีตัวการทำให้เกิดโรคเข้าทำลายหญ้าสนาม ความอ่อนแอของหญ้าอาจะเกิดจากการเหยียบย่ำ ถูกแสงแดด ฝน หรือได้รับเชื้อเพียงเล็กน้อยไม่มีความต้านทานต่อโรคพอ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ทำให้สนามหญ้าเกิดโรคต่างๆ ได้ทั้งหมด การจัดการยับยั้งไม่ให้โรคสนามหญ้าเข้าทำลายต้นหญ้าควรเริ่มตั้งแต่การเตรียมการปลูกจนถึงการตัดแต่งดูแลรักษาสนามหญ้า ให้หญ้ามีความสมบูรณ์แข็งแรงตลอดเวลาโรคสนามหญ้าที่พบเห็นเป็นประจำเกิดมาจากสิ่งมีชีวิต และสิ่งที่ไม่มีชีวิต โรคสนามหญ้าที่พบในเขตร้อน ได้แก่ โรคที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตที่ทำให้เกิดโรคคือ จุลินทรีย์ (Microorganism)ต่าง เช่น จากเชื้อรา (Fungi) เชื้อแบคทีเรีย (Bacteria) ซึ่งเกิดจากโรค ทำให้หญ้าสนามตาย
ลักษณะแตกต่างกัน และสามารถสังเกตได้ เช่น
2) วิธีการป้องกันกำจัดโรคสนามหญ้าที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต
สัตว์ศัตรูสนามหญ้า สัตว์ ศัตรูที่ทำความเสียหายให้แก่สนามหญ้า ได้แก่ แมลง ไส้เดือน หนู กระรอก สุนัข สัตว์เลี้ยงอื่นๆ รวมถึงมนุษย์ด้วย ซึ่งสัตว์ศัตรูพืชแต่ละชนิดมีลักษณะการทำลายที่แตกต่างกัน
ปัญหาเกี่ยวกับสระน้ำ
การดูแลรักษา
ป้ายกำกับ:
การจัดการปัญหาที่เกิดกับสนามหญ้า,
วัชพืช
ปัญหาที่พบในการจัดการเครื่องมือ
ปัญหาที่พบในการจัดการเครื่องมือ

เครื่องมือในการดูแลรักษางานภูมิทัศน์ เป็นเครื่องทุ่นแรง ที่มีส่วนทำให้งานดูแลรักษาภูมิทัศน์ สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและคุณภาพของงานที่ดีขึ้น
1.1 ปัญหาที่พบในการจัดการเครื่องมืออุปกรณ์เครื่องจักรกล
- สภาพชำรุดทรุดโทรม (เก่า), สีร่อน, บิดเบี้ยว, หัก, แตก, ไม่คม, ขึ้นสนิม
- เครื่องยนต์มีเสียงดังสร้างความรบกวน
- ปัญหาเฉพาะส่วนของเครื่องจักรกล เช่น อะไหล่หายาก, กินน้ำมันมาก ฯลฯ
- ผู้ใช้เครื่องที่มีความชำนาญเฉพาะทางมีปริมาณน้อย
- การตรวจเช็คสต๊อกเครื่องมือ สารเคมี ไม่มีระบบ ไม่ต่อเนื่อง
1.2 ปัญหาที่พบในการจัดการเครื่องมือและอุปกรณ์งานดูแลรักษา
- สภาพชำรุดทรุดโทรม
- บิดเบี้ยว, หัก, แตก, ไม่คม, สนิม
- ไม่ทันสมัย
- อะไหล่สำรองไม่มีพร้อมที่จะทำการแก้ไขปัญหาในขณะนั้น
- การตรวจเช็คสต๊อกเครื่องมือไม่มีระบบ ไม่ต่อเนื่อง
การจัดการ
1) เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้กับงานทำความสะอาดและงานดิน เป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาด การขุดดิน การตักดินการพรวนดิน การผสมดิน การตีดิน การเกลี่ยดิน การปรับระดับดิน การเคลื่อนย้ายดิน
การดูแลรักษา
หลังจากใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ทำความสะอาดตรวจสอบการคลอนระหว่างรอยต่อของตัวคราดกับด้ามคราด ถ้ามีปัญหาให้ขันนอต หรือขันสกรูให้เรียบร้อย เช็ดให้แห้ง เก็บไว้ในโรงเก็บเครื่องมือให้เรียบร้อย การดูแลรักษาจอบ เสียม หรือพลั่วขุดดิน และพลั่วตักดินก่อนเข้าเก็บโรงเก็บอุปกรณ์ มีดังนี้
- การทำความสะอาดในส่วนของตัวใบ ด้ามจับ แล้วเช็ดให้แห้ง
- ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างก้านยึดตัวใบ กับด้านมือจับ ดูการคลอนที่เกิดจากการคลายตัวของนอต สกรู ถ้ามีการคลายตัวให้แก้ไขให้แน่น
- ถ้าเกิดกรณีด้ามหัก หรือชำรุดต้องเปลี่ยนด้ามใหม่
- ลับปลายสุดของปากพลั่วใบคม เพื่อความคล่องตัวของการใช้งาน
2) เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้กับงานให้น้ำ เป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นในการนำน้ำจากจุดการจ่ายน้ำหรือก๊อกไปให้แก่พืชพรรณโดยใช้คนควบคุม ยกเว้นระบบติดตั้งโดยสมบูรณ์ทั่วทั้งบริเวณที่ควบคุมเวลาทำงาน โดยเครื่องควบคุมแบบอัตโนมัติ เครื่องมือและอุปกรณ์การให้น้ำที่จำเป็น
การดูแลรักษา
หลังใช้งานให้ทำความสะอาด เนื่องจากมีฝุ่น เศษใบไม้หรืออื่นๆ อุดตันได้
3) เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้กับงานใส่ปุ๋ย ป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาใช้สำหรับงานใส่ปุ๋ยแห้ง และใส่ปูนขาวเป็นหลัก แต่บางครั้งอาจนำไปใช้กับงานหว่านเมล็ดพืชที่มีเมล็ดขนาดเล็ก ยาปราบศัตรูพืชที่เป็นเม็ด
การดูแลรักษา
อย่าเก็บปุ๋ยที่เหลือใช้ไว้ในกระบะหลังใช้งานต้องล้างทำความสะอาด จนหว่านปุ๋ยช่องรูหยอดปุ๋ยให้หมด ถ้าเม็ดปุ๋ยตกค้างจะทำให้เกิดสนิมได้นื่องจากปุ๋ยดูดซับความชื้นเมื่ออยู่ในอากาศ ใช้น้ำมันหล่อลื่นหยอดแกนหมุน เพลาล้อและเก็บไว้ในโรงเก็บ
4) เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้กับงานกำจัดศัตรูพืช เป็นเครื่องมือที่ออกแบบสำหรับใช้งานกำจัดศัตรูพืช โรคแมลง วัชพืช ทั้งที่เป็นยาน้ำ และยาผง บางครั้งสามารถประยุกต์ใช้กับการใส่ปุ๋ยน้ำทางใบได้ด้วย แต่ต้องระวังเวลาเปลี่ยนกิจกรรมการใช้ ต้องล้างเครื่องมือให้สะอาด
5) เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้กับงานตัดหญ้าสนาม
การดูแลรักษา
- ทำความสะอาดทั่วไป และเน้นเฉพาะในส่วนของใบมีตัดหญ้า ฝาครอบเครื่อง ตัดหญ้าที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ สามารถใช้น้ำล้างให้สะอาดแล้วปล่อยให้แห้ง ถ้าเป็นเครื่องตัดหญ้าขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า ควรใช้ผ้าชุบน้ำให้หมาดๆ หรือผ้าเช็ดแห้งให้ทั่วดีกว่าการใช้น้ำล้าง
- การลับใบมีด ถอดใบมีดออกมาลับให้คมด้วยตะไบ หรือเครื่องลักมีด
- การหยอดน้ำมันเครื่อง ใช้กับรถตัดหญ้าแบบนั่งขับในส่วนแกน เพลา ล้อ
- ตรวจสอบเครื่องยนต์ในจุดที่สำคัญ เช่น น้ำมันเครื่อง หัวเทียน หม้อกรองอากาศ สายพาน เป็นต้น
- เครื่องไฟฟ้า ให้ตรวจสอบสายไฟ ปลั๊กไฟ และตรวจสอบในจุดที่คาดว่าจะทำให้อันตรายจากไฟฟ้ารั่วในกรณีที่ใช้เครื่องตัดหญ้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า
6) เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้กับงานตัดแต่งพืชพรรณ ประเภทเครื่องมือและอุปกรณ์ ได้แก่
ก. กรรไกรตัดแต่งกิ่งด้ามสั้น
ข. กรรไกรตัดแต่งกิ่งด้ามยาว
ค. กรรไกรตัดแต่งกิ่งแบบกระตุก
ง. เลื่อยตัดแต่ง
การดูแลรักษา
การดูแลรักษาทั่วไปหลังใช้งานควรทำความสะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง ใช้น้ำมันหล่อลื่นเช็ดป้องกันสนิม ถอดใบมีดลับให้คม
7) เครื่องมือและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและซ่อมบำรุง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จำเป็น ได้แก่
1. รถเข็น แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
- รถเข็นล้อเดี่ยว
- รถเข็น 2 ล้อ
การดูแลรักษา
ทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน และคว่ำเก็บ ไม่ควรค้างวัสดุ ใดๆ ไว้ในกระบะ ตรวจสอบแกนเพลาล้อ ตลับลูกปืน ลมยาง นอตเชื่อมขาตั้ง การใช้งานไม่ควรให้น้ำหนักเกิดพิกัด
2. บันได (Ladders) บันได มี 2 แบบ คือ แบบพับได้และแบบบันไดพาด 2 ขา
การดูแลรักษา
หลังใช้งานให้พับเก็บและเก็บในที่ร่ม อย่าให้ถูกความชื้น ตรวจดูนอต สกรู ตัวไม้ บันไดอย่าให้เกิดชำรุดซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายเวลาปีนป่ายได้
ป้ายกำกับ:
เครื่องมือทำสวนสวย,
ปัญหาที่พบในการจัดการเครื่องมือ
ปัญหาและการจัดการบุคคล
ปัญหาและการจัดการบุคคล
เครื่องมือถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการปฏิบัติงานการดูแลรักษาภูมิทัศน์ จะต้องมีความพร้อมที่จะทำงาน โดยมีการจัดการ ดังนี้
1. ควรมีตารางการดูแล
2. ตารางเช็คจำนวน
3. ควรมีอะไหล่ที่พร้อมในการซ่อมบำรุง
การจัดการบุคคล
3.1 ปัญหาที่พบในการจัดการบุคลากร
- พนักงานขาดความรู้ ความเข้าใจในงานที่รับผิดชอบ
- การมอบหมายงานของพนักงานไม่มีระบบระเบียบ
- พนักงานภายในโครงการบางส่วน ยังขาดความรู้ ความเข้าใจในการทำงานที่ถูกต้องตามหลักการและวิธีการปฏิบัติ
- ปัญหาที่จัดว่าสำคัญอีกประการก็คือไม่มีหัวหน้างานในการควบคุม
- พนักงานทำงานไม่สม่ำเสมอ มาทำงานบ้างไม่มาบ้าง
การจัดการ
การจัดการบุคลากรในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากบุคลากรมาจากคนละทิศละทาง ดังนั้นผู้บริหารต้องมีแนวทางในการจัดการและวิธีการอื่นๆ อีก ทั้งนี้แล้วจะเป็นกลยุทธ์และวิธีของผู้บริหารแต่ละบุคคล ดังนั้นควรมีการวางแผนในการรับบุคคลเข้าทำงาน ดังนี้
1) การสรรหาบุคคลเข้าทำงาน
ก. ระบบอุปถัมภ์ (เป็นระบบชอบพอเป็นพิเศษ)
ข. ระบบคุณธรรม
2) การดำเนินการปฏิบัติงาน
การดำเนินการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อจากการประมาณราคาที่มีการทำข้อตกลงหรือสัญญาบริการแล้ว การดำเนินการจะเกี่ยวข้องกับการวางแผนปฏิบัติงาน การเข้าปฏิบัติงาน การตรวจสอบผลงาน การเรียกเก็บเงิน การทำบัญชีและงบดุล
3) การวางแผนปฏิบัติงาน
เป็นการกำหนดแผนปฏิบัติ (Action Plan) ตามขอบเขตในข้อตกลงหรือสัญญาที่เข้าติงานจริง แบบการเข้างานไม่เต็มเวลา การดำเนินแผนปฏิบัติจะกำหนดเป็น 12 เดือนโดยระบุวันเวลาที่เข้าปฏิบัติงานตามรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่จะต้องปฏิบัติบรรจุลงในตารางการปฏิบัติงาน แผนปฏิบัติงานควรแจ้งให้ฝ่ายปฏิบัติ เจ้าของโครงการหรือผู้ว่าจ้างได้รับทราบ เพื่อให้เข้าใจตรงกัน การรับรู้ในเวลาเนื้องานที่ปฏิบัติในครั้งนั้น ๆ โดยทำเป็น ปฏิทินการปฏิบัติงาน และสรุปเป็นกิจกรรม การปฏิบัติงาน การดูแลบำรุงรักษาในแต่ละเอียด ในรอบ 1 ปี ปฏิทินปฏิบัติงานดังกล่าว ฝ่ายควบคุมการปฏิบัติควรบรรจุเก็ยข้อมูล ในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือทำเป็นบอร์ดติดไว้ในที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนแก่คนงาน เพราะการทำงานในแต่ละเดือนประกอบไปด้วยหลายโครงการ การจัดทำปฏิทิน จะลดปัญหาความซับซ้อนและความวุ่นวาย เพื่อที่สามารถจัดคนเข้าทำงานได้อย่างเหมาะสมกับงาน
4) การเข้าปฏิบัติงาน
ฝ่ายควบคุมงานจะต้องจัดชุดเข้าปฏิบัติงานในแต่ละแห่งเป็นชุดทั่ว ๆไป เพื่อสะดวกในการควบคุมงานและชี้แจงงาน ให้เข้าใจในหลักการทำงานร่วมกัน กำหนดหน้าที่ปฏิบัติแต่ละคนในชุดนั้นรับทราบ งานใดเป็นงานปฏิบัติแยก งานใดเป็นงานปฏิบัติรวมกัน ให้แต่ละชุดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ เครื่องอำนวยความสะดวก ยานพาหนะให้พร้อมต่อการเข้าปฏิบัติงาน ก่อนเข้าปฏิบัติควรที่จะมีการแจ้งให้เจ้าของโครงการทราบว่าเราจะเข้าทำงานในวันนั้นๆ ทราบอีกครั้งหนึ่งก่อนที่มีการทำงานจริง
ก่อนลงมือทำงาน หัวหน้างานหรือผู้ควบคุมงานต้องชี้แจงงานที่จะต้องปฏิบัติในวันนั้นให้ผู้ที่ปฏิบัติงานทราบในขอบเขตการทำงาน ตลอดจนคำนึงถึงความปลอดภัย ขณะปฏิบัติงานหัวหน้างานหรือผู้ควบคุมควรที่จะประจำอยู่ที่โครงการนั้นๆ จนกว่าภารกิจจะสำเร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วควรแจ้งให้ผู้ตรวจสอบผลงานทราบ เพื่อที่จะได้นำมาทำการตาวจสอบผลงานความเรียบร้อยทั้งหมดว่าเป็นไปตามปฏิทินที่กำหนดไว้หรือไม่
5) การตรวจสอบผลงาน
ฝ่ายตรวจสอบงานจะตระเวนตรวจงานในแต่ละโครงการที่ได้รับแจ้งจากผู้ควบคุมงาน เพื่อตรวจความเรียบร้อยของงานในแต่ละครั้งของการเข้าปฏิบัติงาน การเข้าปฏิบัติงานตามปฏิทินที่กำหนด โดยมีแบบฟอร์มตรวจสอบบันทึกเพื่อส่งงาน เมื่อฝ่ายตรวจสอบแล้วงานเรียบร้อยถูกต้องแล้ว ให้ทำใบส่งมอบงานหรือใบส่งของ 1 ชุด (ประกอบไปด้วยตัวจริงและสำเนา) เพื่อให้เจ้าของโครงการลงนามรับทราบในแต่ละครั้งหลังสิ้นสุดการทำงาน ซึ่งใบส่งมอบงานหรือใบส่งของดังกล่าวจะรวบรวมไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการเรียกเก็บเงินในขั้นต่อไป
บุคลากร
ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการประกอบธุรกิจ บริษัทที่มีการทำงานในหลายๆ รูปแบบและหลายๆ หน้าที่ของแต่ละคน ดังกล่าวแล้วต้องเป็นไปตามความสามารถของแต่ละคน ดังนั้น ในการจัดการมีแนวทางดังนี้
1. มอบหมายตำแหน่งให้แต่ละคนในการทำงานให้ชัดเจน
2. มอบค่าตอบแทนให้คุ้มต่อการทำงาน
3. ควรมีตารางการปฏิบัติงานของแต่ละคนให้ชัดเจน
4. ควรจัดให้มีเวลาพักผ่อน วันหยุดต่างๆ และควรจัดให้มีวันหยุดทุกวันอาทิตย์ (ปัจจุบันจัดให้มีวันหยุดเพียงวันที่ 1 ของเดือนเพียงครั้งเดียว)
5. ควรมีความเห็นอกเห็นใจกันในการทำงานไม่ควรแบ่งแยกระหว่างผู้บริหารกับลูกจ้าง
6. ควรเลือกใช้บุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจ ในการทำงานได้รวดเร็ว และถูกต้องตามหลักการ และวิธีปฏิบัติ ไม่ควรใช้พนักงานชาวเขาต่างๆ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การสื่อสารที่ไม่เข้าใจต่อกัน, ขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ เป็นต้น
7. ควรมีการจัดประชุม สรุปผลงานที่ทำในแต่ละเดือน ว่าพบปัญหาและอุปสรรคอย่างไรบ้างเพื่อนำไปประยุกต์ปรับปรุงการปฏิบัติงานครั้งต่อไปให้ดีกว่าเดิม
ป้ายกำกับ:
บุคลากรการทำงาน,
ปัญหาและการจัดการบุคคล
สรุปการจัดสวนและตกแต่งสถานที่
สรุปการจัดสวนและตกแต่งสถานที่
1.ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการจัดสวนและตกแต่งสถานที่
ปัจจุบันงานจัดสวนได้แพร่หลายและพัฒนาขยายงานด้านดอกไม้อย่างกว้างขวาง เนื่องจากมนุษย์ได้เริ่มเห็นความสำคัญและคุณค่าความงดงามตามธรรมชาติ การจัดสวนและดูแลสวนจึงเกิดขึ้นทั้งในสถานที่ที่ส่วนตัวและสาธารณะ จึงทำให้เกิดอาชีพต่างๆที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น เช่น รับออกแบบสวน งานผลิตพรรณไม้ งานจัดสวนและดูแลรักษา
สำหรับรูปแบบสวนนั้นประกอบด้วย สวนตะวันออก ได้แก่สวนญี่ปุ่น จีนและไทย สวนแบบตะวันตก ได้แก่ สวนอียิปต์ เปอร์เซีย กรีสและดรมัน สเปน อิตาลี ฝรั่งเศษ อังกฤษและอเมริกา ซึ้งสวนแบบตะวันตกจะมีลักษณะคล้ายกันเนื่องจากได้รับอิทธิพลที่แผ่ขยายถึงกัน สวนรูปแบบของสวนที่จัดในเมืองไทย ปัจจุบันได้นำลักษณะของสวนทั้งสองแบบมาประยุกต์ตัดแปลงผสมผสานให้เกิดความเหมาะสมเพื่อให้เข้ากันได้กับบรรยากาศและสถานที่ในเมืองไทย
2.ทฤาฎีและองค์ประกอบของศิลปะการจัดสวน
เป็นความงดงามทางศิลปะ ซึ่งประกอบด้วยเส้นของต้นไม้ เช่น กิ่ง ก้าน ใบ ทรงพุ่ม ลำต้น ซึ่งเป็นส่วนถ่ายทอดความรู้สึกในทางความหมาย ความสวยงามและความภูมิฐาน ต้นไม้แต่ละชนิดจะมีรูปร่างและรูปพรรณ สัณฐาบอกขนาด เพื่อการเลือกใช้การจัดสวนในแต่ละสถานที่ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ยังใช้รูปทรงมาร่วมพิจารณา เพื่อให้เห็นมิติสวนที่ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันสิ่งที่แท้จริงในการมอง ได้แก่ ความหมาย รายละเอียด ของพื้นผิวซึ้งในการจัดจะพิจารณาความชัดเจน ความเป็นเอกภาพการตัดกันหรือการเข้ากันได้ของวัตถุที่ใช้ในการจัดสวน
นอกจากนี้ยังให้สีเป็นตัวเพิ่มความสวยงาม ถ่ายทอดความรู้และคุณค่าแก่ผู้พบเห็น ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสม ระหว่างความดล่งและความทึบ เพราะเป็นสิ่งที่จะช่วยให้วัตถุต่างๆในสวน อาทิเช่น ต้นไม้ ก้อนหิน เฟอร์นิเจอร์ สนามหญ้า และทางเดิน มีขอบเขตที่แน่นอนและมีความเด่นชัดขึ้น จึงกล่าวได้ว่าองค์ประกอบทางศิลปะที่เหมาะสมและได้สัดส่วน จะช่วยให้สวนมีความสวนงามและทรงคุณค่ายิ่ง
3.หลักการออกแบบสวน
ในการออกแบบสวนให้สวยงามและมีความสมบูรณ์มากที่สุด ผู้ออกแบบจำเป็นต้องตระหนักถึงการนำองค์ประกอบของแบบให้เกิดจุดเด่น และจิตวิทยาในการออกแบบ ตลอดจนคุณสมบัติที่เป็นจริงของธรรมชาติมากำหนดลงในแบบให้เกิดการผสมผสานกันอย่างเหมาะสม จึงจะช่วยให้สวนที่จัดออมามีคุณค่าตามที่กำหนดไว้ในแบบเป็นอย่างดี
4.สวนประเภทต่างๆ
รูปแบบของสวนในเมืองไทย แบ่งออกได้หลายลักษณะทั้งในแง่ของหลักการและการาใช้ประโยชน์โดยยึดหลักการจัดสวนแบบประดิษฐ์ และแบบธรรมชาติเป็นพื้นฐานในการจัดสวนทุกประเภท นับตั้งแต่สวนเพื่อการอนุรักษ์และการศึกษา เช่น สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ วนอุทยาน ซึ่งมีพื้นที่จำนวนมากด้วนการนำหลักการจัดสวนเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนและท่องเที่ยวสำหรับสาธารณะชน นอกจากนี้ยังมีการจัดสวนในพื้นที่ขนาดเล็กเพื่อความสวยงามของสถานที่ บ้านเรือน และการเพิ่มคุณค่าให้กับตวบ้านซึ่งกำลังเป็นที่ได้รับความนิยมมากขึ้น
มนุษย์พยายามที่จะดึงธรรมชาติเข้ามาใกล้ตัวเพื่อการพักผ่อนย่อนใจ และลดความเครียด ดังนั้นรูปแบบของสวนจึงลอกเลียนแบบธรรมชาติมาดัดแปลงให้เกิดความสวยงามและใช้ประโยชน์ จึงเรียกชื่อสวนไปตามลักษณะและคุณสมบัติของสวนนั้นๆ เช่น สวนป่า สวนตกแต่ง สวนน้ำ สวนแห้ง สวนหิน สวนร่มเงา และสวนแบบเขตร้อนป็นต้น
นอกจากนี้การออกแบบสวนยังสามารถจัดสร้างขึ้นเพื่อสนองต่อจุดประสงค์ของผู้ใช้บางประเภท โดยคำนึงถึงหลักทางด้านสรีระของร่างกาย และสภาพของสถานที่ให้สามารถใช้ประดยชน์ได้คุ้มค่าต่อสาธารณะชน เช่น สวนสุขภาพ สวนเด็ก สวนชราและคนพิการ สวนสำหรับสถานที่ราชการ สวนลอยฟ้า และสวนกล เป็นต้น
5.องค์ประกอบของสวน
การกำหนดวัสดุต่างๆที่เหมาะสมกัยพื้นที่ให้กับสวนเช่น หิน ทางเดิน รั้วและประตูสวน น้ำ เฟอร์นิเจอร์ รูปปั้น แสงเงา ศาลาที่พักและซุ้มร่มเงา จะช่วยตกแต่งให้สวนสวยงามีจุดเด่น มีเสน่ห์และคุณค่า ชวนห้น่าอยู่และพักอาศัย รวมทั้งการแสดงขอบเขตให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
การจัดสิ่งตกแต่งสวนคังกล่าวให้เข้ากันได้อย่างเหมาะสม จำเป็นต้องใช้เวลา ความรู้หลายแขนง มีสถานที่และงบประมาณที่เพียงพอ จึงจะได้สวนที่มีคุณค่าอันเนื่องมาจากมีการจัดองค์ประกอบที่ดี
6.การออกแบบและเขียนแบบจัดสวน
การออกแบบสวนที่ดีนั้น ต้องใช้หลักเกณฑ์ข้อกำหนดต่างๆ ในการออกแบบ นับตั้งแต่การสำรวจสถานที่ การพิจารณาแบบของตัวบ้าน จากนั้นจึงถ่ายทอดออกมาเป็นแบบที่ชัดเจนปฎิบัติให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ การออกแบบเขียนแบบจะไม่ยุ่งยากมากนัก ถ้ากระทำไปถาทขั้นตอนและหากออกแบบรู้จักปรับปรุงแก้ไขไปเรื่อยๆ จนเกิดความชำนาญ อย่างไรก็ดีในขั้นตอนการจัดสวนจริงๆ อาจต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมตามสถานการณ์อีกครั้งหนึ้ง เพื่อให้สวนสวยงามยิ่งขึ้น แต่ก็ควรให้เป็นไปน้อยที่สุดเพื่อความน่าเชื่อถือของผู้ออกแบบเอง
7.การดำเนินงานจัดสวน
การดำเนินงานจัดสวน มีขขั้นตอนและข้อตกลง เช่น งานก่อสร้างอาคารอย่างใดอย่างหนึ่งโดยทั่วไปกล่าวคือ ต้องมีรูปแบบที่ระบุรายระเอียดถึงชนิด ประเภท และปริมาณของวัสดุที่ใช้ตลอดจนวิธีการจัดที่ชัดเจน เพื่อการประเมินราคาได้ถูกต้องโดยอยู่บนพื้นฐานของความพอใจแห่งข้อตกลงซึ้งกันและกัน จากนั้นจึงปฎิบัติงานจัดสวนตามขั้นตอนประกอบด้วยการเตรียมวัตถุให้พร้อมสามารถใช้งานได้ทันที เมื่อต้องการจากนั้นจึงปรับดิน ปั้นเนิน เดินท่อน้ำ ท่อสายไฟใต้ดิน จัดวางหินตามรูปแบบที่กำหนดแล้วทำถนนและทางเท้า ต่อมาจึงปลูกต้นไม้ประเภทต่างๆ ได้แก่ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม และไม้คลุมดิน จากนั้นก็โรยกรวดในกรณีที่ต้องใช้มาตกแต่ง สุดท้ายคือปรับดินเพื่อการปลูกหญ้าตามที่ต้องการและก่อนมอบงานให้เจ้าของสวนควรให้คำแนะนำ และความรู้ในการดำรงรักษาสวนที่ถูกวิธี เพื่อจะได้สวนที่สวยงามตามรูปแบบที่ต้องการตลอดจนการสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันด้วย
8.พันธุ์ไม้และเครื่องมือจัดสวน
องค์ประกอบสำคํญของสวนอย่างหนึ่ง ได้แก่พันธุ์ไม้ประดับ เป็นสิ่งที่ช่วยให้สวนสดชื่น สวนจะมีบรรยากาศและทรงคุณค่ายิ่งขึ้นถ้ารู้จักเลือกปลูกพันธุ์ไม้ประเภทต่างๆ ได้ถูกต้อง หมาะสมกับสถานที่ทั้งในแง่การใช้ประโยชน์และความงดงามในเชิงสิลปะ
จำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัยเทคนิคและความมเข้าใจธรรมชาติเกี่ยวกับการปลูกพันธุ์ไม้แต่ละอย่างและจัดการใช้เครื่องมือจัดสวนประเภทต่างๆ ได้ถูกต้องในการบำรุงดูแลรักษาให้ต้นไม้เจริญงอกงามแลได้รูปทรงตามต้องการเป็นเวลาอันยาวนาน โดยมิต้องเปลี่ยนต้นบ่อยๆ
9.การบำรุงรักษาสวน
ส่วนประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลากชนิดล้วนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งเช่นกัน การบำรุงรักษาพันธุ์ไม้จึงเป็นหัวใจอันสำคัญยิ่งที่จะช่วยรักษาให้สวนงดงามอยู่เสมอ ไม้แต่ละชนิดได้แก่ ไม้ยืนต้น ไม้ในร่ม ไม้ใบประดับและไม้กระถางต่างต้องการบำรุงดูแลรักษาแตกต่างกันไป ซึ่งผู้ปลุกจำเป็นต้องเอาใจใส่และหมั่นสังเกตอยู่เสมอ จึงจะสามารถขจัดปํญหาต่างๆ ในการเลี้ยงดูได้
ปัจจุปันการบำรุงรักษาสวน เป็นภาระที่สำคัญสำหรับเจ้าของเนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาดูแลวิธีการออกแบบให้ช็เวลาในการดูแลและบำรุงรักษาน้อยจึงได้รับความมนิยมมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ออกแบบยังต้องคำนึงถึงปัญหาและข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตเพื่อใช้เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับการออกแบบครั้งต่อไป อันจะทำให้การบำรุงรักษาสวนมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และส่งผลให้สวนมีอายุยืนนานด้วยเช่นกัน
ป้ายกำกับ:
จัดสวนสวย,
สรุปการจัดสวนและตกแต่งสถานที่
